อำเภอศรีเชียงใหม่

 

อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

 

 

 
 
       วัดอรัญญบรรพต บนเส้นทางทางหลวงหมายเลข211 เขื่อมต่อระหว่างจังหวัดเลยและหนองคายเส้นทางเลียบแม่น้ำโขงสายนี้มีวัดสำคัญๆตั้งอยู่หลายแห่งด้วยกันหลักๆก็จะมีวัดพระธาตุบังพวนวัดศรีชมภูองค์ตื้อที่อำเภอท่าบ่อวัดอรัญญบรรพตวัดหินหมากเป้งที่อำเภอศรีเชียงใหม่วัดผาตากเสื้อที่อำเภอสังคมความสำคัญของวัดเหล่านี้ก็แตกต่างกันออกไปวัดหินหมากเป้งก็เป็นสถานที่ที่มีอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงหลวงปู่เทสก์เทสรังสีวัดอรัญญบรรพตแห่งนี้ก็มีหลวงปู่เหรียญวรลาโภเคยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประชาทั้งใกล้และไกลจวบจนท่านมรณภาพลงก็มีการสร้างเสนาสนะต่างๆมีความสวยงามในพื้นที่วัดที่กว้างขวางหากไม่มีป้ายชื่อวัดติดอยู่ตรงประตูหน้าผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาคงยากที่จะรู้ว่าพื้นที่ที่มีกำแพงล้อมรอบกว้างใหญ่ไพศาลคล้ายจะล้อมเนินเขาเล็กๆเอาไว้ทั้งลูกนี้คืออะไรกันแน่
           มณฑปหลวงปู่เหรียญวรลาโภ เมื่อเข้ามาภายในบริเวณวัดที่กว้างใหญ่ก็ขับเข้าไปเรื่อยๆตามทางลาดยางมีป้ายบอกทางไปยังพระสุธรรมเจดีย์หรือจะเลือกใช้ถนนรอบวัดขับชมบริเวณพื้นที่กว้างๆมีต้นไม้น้อยใหญ่หนาแน่นในลักษณะที่เรียกว่าวัดป่าจนในที่สุดเรามาถึงบริเวณลานจอดรถหน้าพระสุธรรมเจดีย์ที่สวยงามแต่ก่อนที่จะเข้าไปชมพระสุธรรมเจดีย์ผมเข้าไปสักการะรูปเหมือนหลวงปู่เหรียญวรลาโภในมณฑปทรงจตุรมุขแห่งนี้ก่อน
            มณฑปหลวงปู่เหรียญวรลาโภ มณฑปทรงจตุรมุขมีทางขึ้นลงรอบด้านทั้งหมดสร้างด้วยกระจกใสมองเห็นภายในได้ชัดเจนซึ่งจะมีรูปเหมือนขณะยืนของหลวงปู่เหรียญอยู่ภายใน
            วิหารวรลาโภ หลังจากสักการะหลวงปู่เหรียญในมณฑปก็ได้เวลาเดินไปยังพระสุธรรมเจดีย์มีวิหารวรลาโภอยู่ด้านหน้าเยื้องไปทางขวามือของเราภายในก็มีรูปเหมือนหลวงปู่เหรียญในขณะนั่งสามารถเข้าไปสักการะได้
            พระสุธรรมเจดีย์วัดอรัญญบรรพต เจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างอย่างสวยงามมีลานประทักษินหลายชั้นแต่ละชั้นไม่สูงมากนักเดินเข้าไปได้ด้วยบันไดที่มีอยู่ด้านหน้าพระสุธรรมเจดีย์จนถึงลานจอดรถสองข้างทางเดินมีสระบัวที่สวยงามเป็นจุดที่ทำให้หลายๆคนเข้าไปเก็บภาพมุมสวยๆเป็นที่ระลึก
             พระสุธรรมเจดีย์วัดอรัญญบรรพต เมื่อเก็บภาพมุมสระบัวเรียบร้อยเดินเข้ามาใกล้พระสุธรรมเจดีย์ที่ด้านหน้ามีบันไดช่วงสุดท้ายขึ้นสู่ประตูเจดีย์รอบๆองค์เจดีย์มีสระบัวรอบด้านดูเหมือนกับเป็นเจดีย์ตั้งอยู่กลางน้ำพระสุธรรมเจดีย์วัดอรัญญบรรพตเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์หลวงปู่เหรียญวรลาโภลักษณะเดียวกันกับเจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่เทสก์เทสรังสีของวัดหินหมากเป้งนั่นเอง
             ภายในพระสุธรรมเจดีย์ คราวนี้เข้ามาภายในกันครับเริ่มแรกก็ต้องสักการะพระพุทธรูปและรูปเหมือนหลวงปู่เหรียญที่อยู่ตรงกลางของเจดีย์ผนังด้านในเป็นตู้กระจกล้อมรอบทุกด้านแสดงเครื่องอัฐบริขารหนังสือธรรมะคำสั่งสอนของหลวงปู่เหรียญวรลาโภ
             เพดานพระสุธรรมเจดีย์ ภายนอกที่ดูเป็นสีขาวประดับด้วยสีทองเมื่อเข้ามาภายในจะตกแต่งด้วยสีแดงชมพูเหนือเพดานมีภาพจิตรกรรมลวดลายอ่อนช้อยสวยงามมาก
 
 
             เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่เหรียญ เดินชมตู้กระจกรอบๆผนังพระสุธรรมเจดีย์จะมีเครื่องอัฐบริขารที่หลวงปู่เหรียญใช้เมื่อยังมีชีวิตอยู่หลายสิ่งหลายอย่างเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับภิกษุที่จะติดตัวไว้ในการออกธุดงค์วิปัสสนากัมมัฏฐาน
             เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่เหรียญ นอกเหนือจากเครื่องอัฐบริขารของหลวงปู่เหรียญด้วยความศรัทธาเลื่อมใสของเหล่าศิษยานุศิษย์ยังได้มีการทำรอยเท้าของหลวงปู่เก็บไว้เป็นที่ระลึก
             พระเครื่องบูชาของหลวงปู่เหรียญ สิ่งหนึ่งที่แสดงไว้ให้ชมกันก็คือพระเครื่องบูชาที่หลวงปู่ได้สร้างไว้ให้ประชาชนได้บูชาเป็นสิริมงคลมีอยู่หลายรุ่นหลายเนื้อโดยมีคำปรารภของหลวงปู่เหรียญวรลาโภกำกับไว้ในตู้ดังนี้
เหรียญของหลวงปู่มีไว้ไม่ได้ทำให้หนังเหนียวมีติดตัวไว้เพื่อเป็นมงคลโดยทั่วๆไปคนมักจะเรียกว่า "วัตถุมงคล" คำว่าวัตถุแปลว่าสิ่งของเช่นทองเหลืองทองแดงหรือโลหะอะไรก็ตามส่วนคำว่ามงคลแปลว่าสิ่งที่ดีที่ประเสริฐเป็นสิริมงคลเช่นคำสั่งสอนของครูอุปัชฌาย์อาจารย์เป็นต้นถ้าใครมีเหรียญของหลวงปู่ก็ถือว่ามีมงคลเพราะว่ามีโลหะที่ดีและมีคำสั่งสอนของหลวงปู่ที่เป็นครูอุปัชฌาย์อาจารย์อันเป็นมงคลถ้าใครมีไว้แล้วเวลาจะทำอะไรๆที่ไม่ดีก็นึกถึงคำสั่งสอนของหลวงปู่เมื่อนึกได้ก็ควรหยุดกระทำหยุดคิดถือว่าผู้นั้นมีวัตถุมงคลอยู่กับตัวความเป็นสิริมงคลก็จะเกิดกับผู้ที่มีวัตถุมงคล
             หนังสือธรรมะวรลาโภวาท ถัดมาอีกตู้หนึ่งก็จะมีหนังสือธรรมะมากมายหลายเล่มมีชื่อหนังสือแตกต่างกันไปแต่เนื้อหาเป็นคำสั่งสอนหลวงปู่เหรียญวรลาโภจึงได้เห็นหนังสือหลายเล่มที่มีชื่อบนหน้าปกของหนังสือว่าวรลาโภวาท
            
 
 
             อัฐิธาตุหลวงปู่เหรียญ คราวนี้เดินมาที่ตู้กระจกถัดมาใกล้กับรูปเหมือนของหลวงปู่เหรียญวรลาโภมากขึ้นเป็นตู้เก็บอัฐิธาตุของหลวงปู่เหรียญ
             พระธาตุพระบูรพาจารย์ สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในพระสุธรรมเจดีย์แห่งวัดอรัญญบรรพตนอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารของหลวงปู่เหรียญวรลาโภแล้วสิ่งหนึ่งที่จะหาชมกันได้ยากยิ่งได้แก่อัฐิธาตุของพระบูรพาจารย์พระอรหันตธาตุพระธาตุชนิดต่างๆแสดงอยู่ในตู้กระจกจำนวนมากใกล้ๆองค์พระพุทธรูปในพระสุธรรมเจดีย์และที่สำคัญคือเกศาของพระเกจิอาจารย์หลายท่านเก็บไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน
            บริเวณวัดอรัญญบรรพต ออกจากพระสุธรรมเจดีย์ส่วนใหญ่ประชาชนที่เดินทางมายังวัดอรัญญบรรพตก็จะเดินทางต่อไปหรือเดินทางกลับเพราะนอกเหนือจากพระสุธรรมเจดีย์แล้วเสนาสนะอื่นในวัดอย่างเช่นอุโบสถก็ไม่ได้เปิดให้เข้าชมครับกุฎิที่พักสงฆ์ภายในวัดสร้างกระจายอยู่ตามพื้นที่ป่าอันกว้างใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษของวัดป่าหรือวัดสายปฏิบัติ
 
 
 
วัดหินหมากเป้ง
 

          วัดหินหมากเป้ง ตั้งอยู่ที่บ้านไทยเจริญ ตำบลพระพุทธบาท โดยหลวงปู่์เทสก์ เทสรังสี ได้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย บริเวณโดยรอบสะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยไม้นานาพันธ์ มีพื้นที่ด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขง ทัศนียภาพสวยงาม ได้รับการจัดตั้งให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ. 2523

          การเดินทางจากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 (หนองคาย-ศรีเชียงใหม่) วัดหินหมากเป้งจะอยู่ทางขวามือประมาณหลักกิโลเมตรที่ 64 ริมถนนด้านขวามือ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 75 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 30 กิโลเมตร

         หินหมากเป้ง เป็นชื่อหินสามก้อนซึ่งตั้งเรียงรายกันอยู่ริมฝั่งโขงที่หน้าวัดนี้เอง อันมีรูปลักษณะคล้ายลูกตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า คนพื้นนี้เขาเรียกว่า เต็งหรือเป้งยอย คำว่าหมากเป้งเป็นภาษาภาคนี้ ผลไม้หรืออะไรก็ตาม ถ้าเป็นลูกแล้วเขาเรียกหมากขึ้นหน้า เช่น หมากม่วง หมากพร้าว เป็นต้น