อำเภอรัตนวาปี

 

 อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย

 

 

 

 

 

ศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคาย
               
                  ศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคาย เขียวชอุ่มไปด้วยพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำโขงทำให้เป็นเขตที่มีความชื้นในอากาศสูง พืชพันธุ์ที่ทดลองปลูก จึงมีทั้งลองกอง ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด มะม่วงหิมพานต์ ซึ่งแม้จะเป็นไม้ผลเขตร้อน ชื้นที่เหมาะกับสภาพอากาศอย่างจังหวัดจันทบุรี แต่ก็สามารถนำมาปลูกในพื้นที่ของศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ยิ่งเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว นักท่องเที่ยวจะ แปลกใจยิ่งขึ้น เพราะจะได้พบไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวบานสะพรั่งอยู่ทั่วทั้งศูนย์ฯด้วยเทคโนโลนีทางการเกษตร และสภาพอากาศภายในทั่วบริเวณ ทำให้ศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคาย เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการดูงานการเกษตรในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้เห็นว่าภาคอีสานก็สามารถปลูกไม้ผลเมืองจันท์ได้ และภาคอีสานก็สามารถปลูกพืชเมืองหนาว อย่างองุ่น หรือแพชชั่นฟรุ้ตได้เช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวที่ มาเยือนในช่วงหน้าร้อน จะพบดอกไม้แดนอีสานสีสัน สวยงามอย่าง คูน ศรีตรัง เหลืองอินเดีย สุพรรณิการ์ และทองอุไร ออกดอกบานเต็มต้นไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนจุด ท่องเที่ยวภายในศูนย์แปลง ไม้ผลเมืองจันท์แปลงไม้ผลของที่นี่ สามารถให้ผลผลิตมังคุด ลองกอง ได้เป็น อย่างดีด้วยอยู่ติดกับแม่น้ำโขง จึงมีความร้อนชื้นสูงเหมือน จังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้ยังปลูกมะม่วงหิมพานต์แซมในพื้นที่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญแปลงผักพื้นบ้านผักแกล้มน้ำพริกหรือผักแนมลาบอีสาน ที่หลายคนเคยรับประทาน แต่ไม่เคยเห็นต้นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร จะหาชมได้ที่นี่ รวมถึงผักพื้นบ้านภาคอีสานก็ได้เสาะหามาปลูกมากมาย อาทิ ต้นกระเจียว ผักก้านหญ้า ส้มโมง ผักหวานป่ า ผักติ้วใหญ่ มะระขี้นก กระโดนน้ำ เป็นต้น
 
   
 

 

แปลงสมุนไพรพื้นถิ่นภาคอีสาน
สมุนไพรรูปร่างแปลกตา 107 ชนิด ได้ถูกนำมาวิจัยและนำมาผลิตเป็นยา รอท่านผู้สนใจ ได้มาศึกษาได้แก่ กาบหอยแครง ที่ใช้แก้แผลอักเสบ แก้ไอ เจ็บคอ ฟกช้ำภายใน ว่านสังกรณี มีสรรพคุณแก้โรคหืดหอบเพชรสังฆาต ที่แก้โรคลักปิดลักเปิด ประจำเดือนมาไม่ปกติ ส่วนเถาใช้แก้โรคริดสีดวงทวารได้ หรือจะเป็นว่านงาช้าง เกล็ดปลาช่อน เป็นต้น แปลงอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชเป็นแปลงที่เกิดขึ้นตามโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทางศูนย์ฯ จึงได้รวบรวมและปลูกพันธุ์ไม้พื้นบ้านไว้แซมกับเขต ป่าเดิม ทั้งมะเกี๋ยง ซึ่งผลนำมาทำไวน์มะเกี๋ยงรสเปรี้ยวอมหวานหรือจะเป็นมะเกว๋น กกน้ำ งิ้วป่ า ที่หาดูได้ยากยิ่ง
 
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว : เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 วิ่งตรงจนถึง จ.หนองคาย จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข212 ไปประมาณ 45 กม. ถึง อ.โพนพิสัย ขับต่อไปถึง กม.ที่ 63 พบทางแยกเลี้ยว ขวาเข้าบ้านนายาง เลี้ยวขวาไปอีก 200 ม. พบทางเข้าศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคาย อยู่ทางขวามือ
รถ โดยสารประจำทาง : หากเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง เลือกสายกรุงเทพฯ-หนองคาย เมื่อถึงสถานีการเดินรถหนองคายต่อรถประจำทางหนองคาย-ปากคาด-บึงกาฬ ลง กม.ที่ 63 ตรงปากทางเข้าบ้านนายาง ซึ่งอยู่ขวามือ เดินเท้าเข้าไปอีก 200 ม. ถึงศูนย์ฯ
รถไฟ : สามารถขึ้นรถไฟเส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคาย ซึ่งเดินรถวันละ 3 เที่ยว รถเร็ววิ่งเวลา 06.00 น. และ18.30 น. ส่วนรถด่วนวิ่งเวลา 20.30 น.
 
การบริการที่พัก
1. บ้านพัก คนละ 100 บาท/คืน
2. บ้านพัก ทรง A-Frame หลังละ 400 บาท/คืน
3. เต็นท์ขนาด 2 คน หลังละ 100 บาท/คืน
4. เต็นท์ขนาด 4 คน หลังละ 200 บาท/คืน
5. เต็นท์ขนาด 6 คน หลังละ 300 บาท/คืน
6. ห้องประชุมบรรจุคนได้มากกว่า 20 คน วันละ 2,000 บาท
อาหารไม่มีบริการ
 
บริการ พิเศษ
กองไฟ + เตาย่าง (ต้องแจ้งล่วงหน้า) ค่าธรรมเนียม 300 บาท วิทยากรบรรยายและนำชม 200 บาท/1 รอบปฏิทินการท่องเที่ยว
1. ชมและศึกษาพืชสมุนไพร 108 ชนิด ส.ค. - เม.ย.
2. ชมและศึกษาไม้หอม 118 ชนิด ส.ค. - พ.ค.
3. ชมและชิมมังคุดและลองกอง
4. ที่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง เม.ย. - มิ.ย.
5. ศึกษาผักพื้นเมือง 30 ชนิด ตลอดปี
6. กางเต็นท์พักแรม ก.ย. - ก.พ.
7. หาซื้อกิ่งพันธุ์ไม้ผลที่ปลูกได้ดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ม.ค. - มิ.ย.
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ ตู้ ปณ. 9 ปทจ.โพนพิสัย กิ่ง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย 43120 โทรศัพท์
(042) 421679 โทรสาร (042) 421680 สำนักงานเลขานุการกรม กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์ (02) 5614757
 
ที่มา : http://recmert.kku.ac.th/webthai/administrator/file/tourist/nongkhaiplantresearchcenter.pdf